เคล็ดลับ

อันตรายจาก“การนอนกรน”ที่ไม่ควรมองข้าม

อันตรายจาก“การนอนกรน”ที่ไม่ควรมองข้าม

การนอนกรนเป็นภาวะหนึ่งของร่างกายที่จะเกิดขึ้นขณะหลับ  ซึ่งสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย การนอนกรน จัดว่าเป็นปัญหาของการนอนหลับที่พบได้บ่อย เสียงกรน นอกจากก่อความรำคาญแก่ผู้ที่นอนด้วยแล้วยังทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายผู้ป่วยมากมาย เช่น อ่อนเพลียตอนกลางวัน ประสิทธิภาพในการคิด จดจำ ทำงานด้อยลง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แล้วการนอนกรนเกิดจากอะไร? เรามาหาคำตอบกันค่ะ

“การนอนกรน” เกิดจากกล้ามเนื้อคอจะผ่อนคลายและหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน ลิ้นไก่ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น นอกจากการหย่อนของกล้ามเนื้อคอ ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการแคบลงหรืออุดตันของทางเดินหายใจ เช่น ต่อมทอนซิลโต ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่มาก ผู้ป่วยมีลิ้นโต การมีเนื้องอกหรือถุงน้ำของระบบทางเดินหายใจส่วนบน การนอนกรนจึงเป็นสัญญาณว่าผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

อันตรายจาก“การนอนกรน”ที่ไม่ควรมองข้าม”การนอนกรน”อันตรายแค่ไหน?

ในขณะหลับ นอกจากเกิดการกรนแล้ว ยังพบว่า อาจมีการหยุดหายใจร่วมด้วย เมื่อเนื้อเยื่อคอหรือลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจส่วนต้น ร่างกายจะพยายามหายใจเข้ามากขึ้นเพื่อให้อากาศผ่านเข้าทางเดินหายใจที่ตีบลง ยิ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบขึ้นจนกระทั่งปิดสนิท เมื่ออากาศไม่สามารถผ่านทางเดินอากาศที่ปิดสนิท ร่างกายจึงไม่สามารถนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ เมื่อสมองขาดออกซิเจน จะทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นในรูปแบบการหายใจแรงหรือไอแรง เพื่อปรับตำแหน่งของลิ้นใหม่ ในวงรอบของการนอน อาจมีการกรนและภาวะหยุดหายใจหลายครั้ง เป็นผลทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่เพียงพอและสมองได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่

รู้แบบนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการนอนกรน ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการนอนกรนหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอน ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ และจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น